เวลาเริ่มจัดแพลนเที่ยวดานัง หลายคนดูแผนที่แล้วอาจจะงงๆ เพราะฝั่งนึงเป็นชายหาดทอดยาว มีแม่น้ำผ่ากลาง เมืองก็อยู่ติดสนามบิน แถมยังมีภูเขาสูงตระหง่านอยู่ไกลๆ และถ้านั่งรถไปอีกแค่ 45 นาทีก็ถึงฮอยอันแล้ว
การจัดแพลนเที่ยวดานังให้เก็บครบทุกที่โดยไม่ต้องเสียเวลาครึ่งค่อนวันไปกับการนั่งแกร็บหรือแท็กซี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
โพสต์นี้คือแพลนหลักที่ผมใช้ประจำเวลาเพื่อนมาเที่ยวหา เป็นแพลนเที่ยวดานัง 4 วันที่ทำได้จริง ไม่ได้อัดแน่นตั้งแต่ 6 โมงเช้ายันเที่ยงคืน เพราะคุณมาพักผ่อน และคงอยากมีเวลาชิลจิบเบียร์ริมหาดบ้าง
ถ้าคุณกำลังหา ลิสต์ที่เที่ยวหลักในดานังแบบจัดเต็ม ให้ใช้แพลนนี้เป็นไกด์ไลน์รายวันเพื่อไปตามเก็บจุดเช็คอินเหล่านั้นได้แบบชิลๆ
- สรุปสั้นๆ: แพลนเที่ยวดานังที่ลงตัวที่สุดคือ 3 ถึง 4 วัน จะได้เที่ยวครบโดยไม่ต้องรีบ จัดเวลาวันแรกเที่ยว ในเมือง และ สะพานมังกร, วันที่สองไป คาบสมุทรเซินจ่า และ หาดหมีเคว, วันที่สามออกทริปใหญ่อย่าง บานาฮิลล์ หรือ ช่องเขาไห่วาน, และ วันสุดท้ายจัดทริปไปเมืองฮอยอัน.
- จำนวนวันและที่พัก: 4 วันกำลังดี พักย่านอันเถื่อง (An Thuong) ถ้าอยากเดินไปหาดได้ชิลๆ หรือพัก ย่านหายเจิว (Hai Chau) (ฝั่งเมือง) ถ้าเน้นกินสตรีทฟู้ดแบบโลคอล
- วันที่ 1 (ในเมือง & โชว์พ่นไฟ):
- เช้า: พิพิธภัณฑ์จาม (ประมาณ 80 บาท) และ ตลาดฮาน (ซื้อของฝาก แต่อย่าไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ทเพราะร้อนมาก).
- บ่าย/ค่ำ: ไป ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains) ตอน 16.00 น. เพื่อเลี่ยงแดดร้อน แล้วไปดู โชว์พ่นไฟสะพานมังกร ตอน 21.00 น. (มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์).
- วันที่ 2 (ธรรมชาติ & ชายฝั่ง):
- เช้า: ตื่น 05.30 น. ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและ พายซับบอร์ดที่หาดหมีเคว.
- บ่าย: เช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยว คาบสมุทรเซินจ่า ไหว้ เจ้าแม่กวนอิม ดูลิงจ๋อ แล้วแวะกินซีฟู้ดสดๆ ริมทะเล.
- วันที่ 3 (วันแห่งเดย์ทริป – เลือกเอาหนึ่งทาง):
- ทางเลือก A (สายสวนสนุก): ซื้อตั๋วประมาณ 1,350 บาทขึ้น บานาฮิลล์ ไปถ่ายรูปกับ สะพานมือทองคำ แนะนำให้ไปเช้าๆ จะได้ไม่ชนกับทัวร์ลง.
- ทางเลือก B (สายลุย): เช่ามอเตอร์ไซค์ แล้วขี่เลียบชายฝั่ง ช่องเขาไห่วาน ชิลๆ ตามสไตล์ตัวเอง.
- วันที่ 4 (ประวัติศาสตร์ & โคมไฟ):
- เช้า: เที่ยวปราสาทหมีเซิน (My Son Sanctuary) ไปถึงสัก 08.00 น. ก่อนที่อากาศในป่าจะร้อนชื้นเกินไป.
- บ่าย/ค่ำ: ไป เมืองเก่าฮอยอัน กิน หมี่เกาเหลา (Cao Lau) เดินเล่นถ่ายรูปตึกสีเหลือง และชมโคมไฟริมแม่น้ำตอนกลางคืน.
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60s
0 – 60sก่อนเริ่มทริป: การเตรียมตัวและการเดินทาง
คุณควรรู้ข้อมูลเบื้องต้นนิดหน่อยก่อนจะเริ่มจัดแพลนเที่ยวดานังในแต่ละวัน
เที่ยวกี่วันถึงจะพอ?
หลายคนชอบถามว่า 2 วันพอมั้ย บอกเลยว่าไม่พอครับ ถ้ามาแค่สองวัน คุณก็จะได้แค่ดูสะพานกับไปสวนสนุกเท่านั้นแหละ
4 วันคือตัวเลขที่เพอร์เฟกต์ที่สุด มีเวลาพอให้เที่ยวในเมือง ขึ้นเขา ชิลริมหาด และจัดเดย์ทริปลงใต้ไปฮอยอันได้แบบครบๆ
ช่วงไหนน่าเที่ยวที่สุด?
ผมเคยทำสรุปแยกไว้แล้วว่าควรจองตั๋วมาเดือนไหนดี แต่สรุปสั้นๆ คือแพลนเที่ยวดานังนี้จะเวิร์คสุดถ้ามาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ถ้าคุณมาช่วงกรกฎาคม คุณต้องตื่นเช้ามากๆ เพื่อหนีแดดจัด หรือถ้ามาเดือนพฤศจิกายน ก็อาจจะเจอฝนตกไปครึ่งทริปได้
การเดินทางในเมือง
มี 2 ทางเลือกหลักๆ คือเรียกผ่าน แอป Grab หรือเช่ามอเตอร์ไซค์
Grab ที่นี่ราคาถูก นั่งข้ามเมือง 10 นาที ปกติจ่ายแค่ประมาณ 80-110 บาท (60,000 – 80,000 VND)
ถ้าอยากได้ความอิสระสุดๆ เช่ามอเตอร์ไซค์คือคำตอบ แต่ต้องระวังไว้นิดนึงว่าปี 2026 นี้ตำรวจเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่ไม่มีใบขับขี่มาก ลองไปอ่านคู่มือเช่ารถและกฎจราจรของผมดู จะได้ไม่ต้องโดนค่าปรับ 2,700 บาท (2 ล้าน VND) ตั้งแต่วันที่สอง
เอาล่ะ มาดูตารางทริปจริงๆ กันเลยดีกว่า
วันที่ 1: เที่ยวในเมือง ประวัติศาสตร์ และสะพานมังกร
วันแรกควรเป็นวันสบายๆ เพื่อปรับตัว เก็บจุดเช็คอินในเมือง เดินตลาดคึกคัก แล้วปิดท้ายด้วยโชว์สุดอลังการของดานัง
เช้า: ดื่มกาแฟและดูหินโบราณ
ไม่ต้องรีบตื่นเช้ามาก นอนตื่นสายๆ กินอาหารเช้าที่โรงแรม หรือแวะกินเฝอร้านโลคอลก่อน
ประมาณ 09.00 น. นั่ง Grab ไป พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามดานัง ซึ่งอยู่ตรงปลายหางของ สะพานมังกร พอดี
บางคนอาจจะคิดว่ามาเที่ยวทะเลแล้วไปเดินพิพิธภัณฑ์มันน่าเบื่อ แต่ที่นี่เจ๋งจริง ตัวตึกเป็นสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสเก่าแก่ ข้างในเต็มไปด้วยรูปปั้นหินทรายเทพเจ้าฮินดูองค์ใหญ่ๆ ที่ขุดเจอในป่า
ใช้เวลาเดินประมาณชั่วโมงเดียว ไม่ต้องจ้างไกด์ แค่อ่านป้ายหรือใช้แอปของเขาก็พอ ผมเคยเขียนรีวิวเดินพิพิธภัณฑ์แบบเจาะลึกไว้แล้ว ถ้าอยากรู้รายละเอียดลองไปอ่านดู
ออกจากพิพิธภัณฑ์ เดินขึ้นไปทางเหนือตามถนน Bach Dang ประมาณ 15 นาที ตรงนี้จะเป็นทางเดินริมแม่น้ำที่สวยมาก






สายๆ: ตลาดฮาน
เดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอ ตลาดฮาน ตึกสีเหลืองใหญ่ๆ สังเกตง่าย
เดินเข้าไปได้เลย แต่ทำใจนิดนึงว่ากลิ่นปลาแห้งจะแรงมาก ทางเดินแคบและคนเดินเบียดกันสุดๆ นี่แหละคือฟีลลิ่งตลาดท้องถิ่นของแท้
ขึ้นไปชั้นสองถ้าอยากซื้อเสื้อไนกี้ก็อปเกรดเอหรือรองเท้า Crocs ปลอม คุณต้องต่อราคานะ ถ้าแม่ค้าบอกเสื้อตัวละ 400 บาท (300,000 VND) ให้ต่อเหลือสัก 135 บาท (100,000 VND) ถ้าเขาไม่ยอมก็เดินหนีเลย
ผมไม่ค่อยแนะนำให้กินข้าวที่ฟู้ดคอร์ทในนี้เพราะมันร้อนและวุ่นวาย ซื้อมะม่วงอบแห้ง ถ่ายรูปนิดหน่อย แล้วก็ออกไปหาที่อื่นดีกว่า






มื้อเที่ยง: บั๊ญแส่ว (บั๊ญเบื้องญวน) เจ้าดัง
นั่ง Grab สั้นๆ จากตลาดไปร้าน Banh Xeo Ba Duong (ซอย K280/23 ถนน Hoang Dieu)
ร้านนี้ซ่อนอยู่ในซอยแคบๆ ลึกๆ เมนูเด็ดคือ “บั๊ญแส่ว” เป็นแป้งเครปสีเหลืองกรอบๆ ยัดไส้หมูกับกุ้ง วิธีกินคือเอาแป้งเครปมาห่อด้วยแผ่นแป้งข้าวเจ้าบางๆ ใส่ใบสะระแหน่และผักกาดหอม แล้วจิ้มกับซอสถั่วผสมหมูอุ่นๆ
นี่น่าจะเป็นมื้อท้องถิ่นที่อร่อยที่สุดในใจกลางเมืองแล้วล่ะ เสียงดัง โลคอลจัดๆ และราคาถูกมาก เตรียมแบงค์ไว้เลย ตกคนละประมาณ 110 บาท (80,000 VND) เท่านั้น





ช่วงบ่าย: ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains)
กลับไปพักอาบน้ำที่โรงแรมสักชั่วโมงเพื่อหนีแดดช่วงบ่ายโมง
พอสักบ่ายสามครึ่ง ค่อยนั่งรถลงใต้ไปตามถนนเลียบหาดเพื่อไป ภูเขาหินอ่อน ค่าเข้าประมาณ 55 บาท (40,000 VND)
ที่ผมแนะนำให้มาตอนเย็นเพราะถ้ามาตอนเที่ยง ไอความร้อนจากบันไดหินจะทำคุณแทบละลาย แต่ถ้ามาตอน 16.00 น. แดดเริ่มร่ม รถบัสทัวร์ใหญ่ๆ ทยอยกลับกันหมดแล้ว คุณจะได้เดินดูถ้ำและศาลเจ้าพุทธที่สร้างอยู่ในหินได้แบบชิลๆ





ช่วงค่ำ: ซีฟู้ดและโชว์พ่นไฟ
กลับมาฝั่งตัวเมือง คุณควรไปอยู่ตรงฝั่งหัว สะพานมังกร ให้ทันตอน 19.30 น.
เดินเล่นตลาดกลางคืนเซินจ่า (Son Tra Night Market) ที่อยู่ติดสะพาน หาของกินเล่นสตรีทฟู้ดถูกๆ อย่างพิซซ่าเวียดนาม (Banh Trang Nuong) หรือน้ำอ้อยคั้นสดๆ
พอ 21.00 น. ตรง สะพานมังกรจะเริ่มพ่นไฟและพ่นน้ำ (มีเฉพาะคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์นะ ถ้าแพลนเที่ยวดานังวันที่ 1 ของคุณตรงกับวันอังคาร ให้สลับกิจกรรมนี้ไปไว้ช่วงสุดสัปดาห์แทน)
จะยืนดูจากริมถนน หรือ จองตั๋วล่องเรือราคาเบาๆ เพื่อดูจากกลางแม่น้ำก็ได้ แต่จำไว้ว่าอย่าไปยืนใต้ลมตอนที่มังกรเริ่มพ่นน้ำ ไม่งั้นเปียกโชกแน่ๆ ลองเข้าไปอ่านคู่มือการดูโชว์พ่นไฟฉบับเต็มของผมดู จะได้ไม่ไปติดแหง็กกับรถติดหลังโชว์จบ





วันที่ 2: ธรรมชาติ ชายฝั่งทะเล และน้องลิงจ๋อ
เมื่อวานเราเที่ยวเมืองไปแล้ว วันนี้จะเป็นคิวของไฮไลท์หลักที่คนมาดานังต้องการ นั่นคือธรรมชาติ แพลนเที่ยวดานังวันนี้จะเน้นไปที่ทะเลและภูเขาสีเขียวลูกใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง
เช้า: วิถีชีวิตริมหาดตอนตี 5 ครึ่ง
รู้นะว่ามาพักผ่อน แต่คุณควรยอมตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นสักวันนึง
ไปถึง หาดหมีเคว ตอน 05.30 น. นี่คือเวลาที่คนเวียดนามเขามาใช้ชีวิตริมหาดกัน ทรายจะเต็มไปด้วยคนที่มาเล่นวอลเลย์บอล วิ่งจ๊อกกิ้ง และว่ายน้ำก่อนที่แดดจะร้อน
เช่า ซับบอร์ด (Stand Up Paddleboard) จากคนแถวหาด ราคาประมาณ 200 บาท (150,000 VND) พายออกไปเลยคลื่นแล้วนั่งนิ่งๆ บนบอร์ดดูพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า มันสงบและฟินมาก พอถึง 07.30 น. คนท้องถิ่นจะแยกย้ายไปทำงาน แล้วหาดก็จะโล่งสนิท
กลับห้องไปอาบน้ำ แล้วมาหาอาหารเช้าสายๆ กินใน ย่านอันเถื่อง (An Thuong) (โซนด้านหลังหาดหมีเคว) แถวนี้คาเฟ่ฝรั่งเพียบ ร้าน Roots Plant-based Cafe หรือ The Hideout ตอบโจทย์มากถ้าอยากได้เบรกฟาสต์สไตล์ตะวันตกจานใหญ่ๆ มาเติมพลังหลังตื่นเช้า







ช่วงบ่าย: ขี่รถเล่นที่คาบสมุทรเซินจ่า
นี่คือกิจกรรมฟรีที่ดีที่สุดในดานัง แต่คุณต้องมีมอเตอร์ไซค์นะ นั่ง Grab ไปได้แค่จุดแรก แต่เขาจะไม่พาวนรอบเขา
บ่ายสองโมง ขี่รถขึ้นเหนือตามถนนเลียบชายฝั่ง มุ่งหน้าไป คาบสมุทรเซินจ่า (ภูเขาลิง)
จุดแรกที่ต้องแวะคือ วัดหลินอึ๋ง (Linh Ung Pagoda) ที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวองค์ใหญ่ยักษ์สูง 67 เมตร ซึ่งมองเห็นได้จากทุกมุมเมือง เดินเล่นในวัด ดูต้นบอนไซ และชมวิวเมืองดานังมุมสูง ค่าจอดรถก็แล้วแต่จะทำบุญ
ออกจากวัดก็ขี่รถขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ถนนจะตัดผ่านป่าทึบ คอยมองตามต้นไม้ให้ดี เพราะภูเขานี้เต็มไปด้วยลิงแสมและค่างห้าสีที่หาดูยากมาก
ถ้าขี่รถแข็งและใช้รถเกียร์กึ่งออโต้ (ห้ามใช้ออโต้เด็ดขาด ตำรวจไม่ให้ขึ้นทางชัน) คุณสามารถขี่ขึ้นไปถึงยอดเขา Ban Co Peak ได้เลย ทางชันเอาเรื่อง แต่วิวจากข้างบนจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังมองดูเมืองของเล่นจำลองเลยล่ะ







ขี่รถลงเขามา รับรองว่าหิวแน่นอน
ถนนเลียบหาด (Vo Nguyen Giap) เรียงรายไปด้วยร้านซีฟู้ดสว่างไสวร้านใหญ่ๆ เดินเข้าไปชี้ปลา ปู หรือหอยเป็นๆ ในตู้กระจก แล้วบอกพนักงานได้เลยว่าอยากให้ทำเมนูอะไร
ระวังเรื่องราคานิดนึงควรถามราคาต่อกิโลกรัมก่อนที่เขาจะจับปลาขึ้นมาจากน้ำเสมอ
ถ้าอยากได้ร้านโลคอลจริงๆ ที่รสชาติอร่อย ไว้ใจได้ และไม่ค่อยฟันหัวนักท่องเที่ยว แนะนำให้ไปลอง Hai San Nam Danh ร้านซ่อนตัวลึกอยู่ในตรอกซอกซอยใกล้ตีนเขา แต่เรียก Grab ไปถูกแน่นอน ร้านนี้เสียงดัง คนท้องถิ่นเพียบ และของสดมากๆ




วันที่ 3: วันแห่งเดย์ทริป (เลือกเอาหนึ่งทาง)
แพลนเที่ยวดานังที่ดีต้องมีสักวันที่ออกไปเที่ยวนอกเมือง วันนี้มี 2 ทางเลือกให้ตัดสินใจ คุณเก็บครบทั้งสองที่ในวันเดียวไม่ได้หรอกนะ เลือกอันที่ตรงกับสไตล์การเที่ยวของคุณได้เลย
ทางเลือก A: บานาฮิลล์ และสะพานมือทองคำ (สายสวนสนุก)
ถ้ามากับเด็กๆ หรือจุดประสงค์หลักในการมาเวียดนามคือการได้ถ่ายรูปกับสะพานรูปมือชื่อดัง นี่คือทางของคุณ
บานาฮิลล์ อยู่ห่างออกไปทางภูเขาประมาณ 45 นาที นั่ง Grab ไปได้ในราคาประมาณ 400 บาท (300,000 VND) ค่าตั๋วปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 1,350 บาท (1,000,000 VND)
คุณต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นเขาไปประมาณ 20 นาที เป็นระบบวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก ด้านบนมีทั้งหมู่บ้านฝรั่งเศสยุคกลางจำลองขนาดใหญ่ สวนสนุกในร่ม และ สะพานมือทองคำ (Golden Bridge)
ทำใจไว้เลยว่าคนเยอะแน่นอน ถ้าอยากได้รูปสะพานแบบไม่มีคนนับพันติดเป็นแบคกราวด์ คุณต้องไปถึงสถานีฐานตั้งแต่ตอนเปิด 07.00 น. ไม่ก็รอจนถึง 16.00 น. ตอนที่กรุ๊ปทัวร์เกาหลีกับทัวร์เวียดนามลงไปกินข้าวเย็นกันหมดแล้ว
อย่าคาดหวังว่าบุฟเฟ่ต์บนนั้นจะอร่อยเลิศเลอ คุณจ่ายเงินเพื่อมาดูความอลังการและสูดอากาศเย็นๆ บนเขามากกว่า ใช้เวลาเที่ยวทั้งหมดประมาณ 5 ถึง 6 ชั่วโมง






ทางเลือก B: ช่องเขาไห่วาน (สายลุยธรรมชาติ)
ถ้าเกลียดสวนสนุกและคนเยอะๆ ให้ตัดบานาฮิลล์ทิ้งไปเลย แล้วมาทำสิ่งนี้แทน
ช่องเขาไห่วาน (Hai Van Pass) คือถนนบนภูเขาที่รายการ Top Gear ทำให้โด่งดัง เป็นเส้นทางคั่นกลางระหว่างดานังและเมืองเว้ทางตอนเหนือ
เช่ามอเตอร์ไซค์ดีๆ สักคัน เริ่มขี่ขึ้นเหนือตอน 10.00 น. ถนนจะคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ให้คุณได้เห็นวิวทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตาอยู่ฝั่งนึง และหน้าผาสีเขียวชอุ่มอยู่อีกฝั่ง
บนยอดเขาจะมีซุ้มประตูอิฐเก่าๆ กับบังเกอร์ทหารสมัยสงคราม คุณสามารถจอดรถ ซื้อโค้กกระป๋องราคาแพงหูฉี่จากแม่ค้า แล้วยืนดูวิวริมหน้าผาได้
ขาลงไปอีกฝั่ง (มุ่งหน้าไปหาดลังโก) ให้จอดแวะที่ Suoi Tien (น้ำตกนางฟ้า) หรือคาเฟ่เล็กๆ ที่สร้างริมหน้าผา ไปนอนเปล จิบกาแฟเย็น แล้วนั่งเหม่อมองทะเลฟินๆ










ขี่รถลงไปที่ลังโก (Lang Co) แวะกินซีฟู้ดถูกๆ ริมทะเลสาบ แล้วค่อยวนรถขี่กลับมาทางช่องเขาเพื่อกลับดานังก่อนพระอาทิตย์ตก ขาหลังตอนพระอาทิตย์กำลังตกดินเนี่ย สวยกว่าตอนเช้าอีกนะ
ถ้าคุณกำลังลังเลว่าทัวร์ไหนคุ้มหรือทัวร์ไหนเสียดายเงิน ผมเขียนรีวิวเจาะลึกไว้แล้วว่าทัวร์และเดย์ทริปไหนที่ควรไปจริงๆ คุณสามารถเอามาปรับใช้กับแพลนวันนี้ได้เลย
วันที่ 4: ประวัติศาสตร์ ซากปรักหักพัง และโคมไฟ (วันแห่งฮอยอัน)
มาดานังทั้งทีจะไม่แวะฮอยอันได้ยังไง ขับรถลงใต้ไปแค่ 45 นาทีเอง
หลายคนเลือกที่จะแพ็คกระเป๋าไปนอนโรงแรมที่ฮอยอันสักคืนสองคืน แต่ถ้าขี้เกียจย้ายของ ก็สามารถจัดเป็นเดย์ทริปไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ
วันนี้จะเป็นการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์โบราณกับเมืองเก่าที่ดังที่สุดในประเทศ
เช้า: ปราสาทหมีเซิน (My Son Sanctuary)
ตื่นเช้านิดนึงแล้ว เช่ารถส่วนตัว หรือจองทัวร์กลุ่มเล็กเพื่อไป ปราสาทหมีเซิน ซึ่งอยู่ห่างจากดานังไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณหนึ่งชั่วโมง
หมีเซินคือกลุ่มซากโบราณสถานวัดฮินดูที่สร้างขึ้นโดยอาณาจักรจามปาโบราณ (Champa Kingdom) ในช่วงศตวรรษที่ 4 ถึง 14 อารมณ์เหมือนนครวัดเวอร์ชั่นย่อส่วนและเก่าแก่กว่าของเวียดนามนั่นแหละ
ควรไปถึงสัก 08.00 น. เพราะตัวปราสาทตั้งอยู่ในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยป่า พอ 11.00 น. ปุ๊บ ความชื้นและอากาศร้อนในหุบเขาจะทำให้คุณแทบหายใจไม่ออก
เดินชมหอคอยอิฐแดง ดูลวดลายแกะสลัก แล้วลองจินตนาการดูว่าที่นี่เคยเป็นยังไงก่อนที่จะถูกป่ากลืนกินและโดนระเบิดทำลาย ใช้เวลาเดินรอบๆ ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ครบ




ช่วงบ่ายแก่ๆ: มุ่งหน้าสู่ฮอยอัน
ให้คนขับรถพาคุณยิงยาวจากหมีเซินไป เมืองเก่าฮอยอัน เลย น่าจะถึงช่วง 14.00 น. หรือ 15.00 น.
ฮอยอันโด่งดังเรื่องตึกสไตล์โคโลเนียลสีเหลือง ถนนเส้นเล็กๆ และโคมไฟผ้าไหมนับพันดวง
ใช้เวลาช่วงบ่ายเดินเล่นให้หนำใจ ซื้อตั๋วเข้าไปดูบ้านพ่อค้าโบราณและสะพานญี่ปุ่น
หากาแฟจิบในคาเฟ่ริมแม่น้ำทูโบน ถ้าอยากกินอาหารพื้นเมืองเด็ดๆ ให้หาร้านที่ขาย หมี่เกาเหลา (Cao Lau) เป็นเส้นหมี่เหนียวนุ่ม กินคู่กับหมูฝานบางๆ และกากหมูกรอบๆ เมนูนี้หากินได้แค่ในฮอยอันเท่านั้น เพราะเขาบอกว่าต้องใช้น้ำจากบ่อน้ำโบราณเฉพาะของที่นี่มาทำเส้น
ช่วงค่ำ: แม่น้ำแห่งโคมไฟ
พอพระอาทิตย์ตกดิน ฮอยอันจะเปลี่ยนไปเป็นคนละเมือง เขาจะปิดไฟถนนส่วนใหญ่ แล้วทั้งเมืองจะสว่างไสวไปด้วยโคมไฟหลากสีสัน
มันสวยอลังการมาก แต่คนก็แน่นสุดๆ เช่นกัน นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลมาเดินกันเต็มถนน
เดินลงไปที่ริมแม่น้ำ จะเห็นเรือไม้ลำเล็กๆ เต็มไปหมด จ่ายประมาณ 200 บาท (150,000 VND) คุณสามารถ จ้างคุณป้า พายเรือออกไปกลางแม่น้ำได้ 20 นาที ซื้อโคมกระดาษอันเล็กๆ ที่มีเทียนจุดอยู่ อธิษฐาน แล้วลอยลงบนน้ำ อาจจะดูเป็นกิจกรรมนักท่องเที่ยวไปหน่อย แต่มันก็เป็นการปิดทริปที่ฟินสุดๆ ไปเลย
ประมาณ 20.30 น. เรียกแท็กซี่หรือ Grab กลับโรงแรมที่ดานัง ถนนระหว่างสองเมืองนี้เป็นทางตรงและมีไฟส่องสว่างตลอดทาง นั่งรถกลับได้เร็วและสบายมาก







อ่านเพิ่มเติม: แพลนเที่ยว ดานัง เว้ ฮอยอัน แบบเจาะลึก สำหรับสายเที่ยวชิลๆ
พักย่านไหนดี สำหรับแพลนเที่ยวดานังนี้?
เพราะทริปนี้ต้องเดินทางบ่อย ที่พักเลยสำคัญมาก มี 2 ย่านหลักๆ ให้เลือก ซึ่งได้ฟีลลิ่งคนละแบบเลย
ฝั่งริมหาด (ย่าน My Khe / An Thuong)




90% ของชาวต่างชาติพักย่านนี้ ถ้าดูแผนที่ มันคือบล็อกถนนที่อยู่หลังหาดหลักนั่นแหละ
สะดวกมาก เดินจากโรงแรมไปเหยียบทรายได้ใน 3 นาที มีร้านอาหาร มินิมาร์ทถูกๆ และบาร์เป็นร้อยแห่ง เดินทางง่าย ข้อเสียคือมันจะดูเป็นแหล่งท่องเที่ยวจ๋าๆ หน่อย ส่วนใหญ่คุณก็จะได้นั่งกินข้าวโต๊ะข้างๆ นักท่องเที่ยวคนอื่นนั่นแหละ
ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งมาพักผ่อนตากอากาศ พักย่านนี้เลย
ฝั่งในเมือง (เขต Hai Chau)




นี่คือฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ เป็นย่านที่คนท้องถิ่นอาศัย ทำงาน และใช้ชีวิตจริงๆ
มีบูทีคโฮเทลสวยๆ ซ่อนอยู่ตามซอกซอย และมีโรงแรมหรูๆ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ
ของกินฝั่งนี้ถูกกว่าและได้รสชาติแบบต้นตำรับขนานแท้ มีตลาดฮาน (Han Market) และตลาดกง (Con Market) อยู่ใกล้ๆ ข้อเสียคือถ้าอยากไปทะเล คุณต้องนั่งแท็กซี่ข้ามสะพานประมาณ 10 นาทีทุกครั้ง และรถแถวนี้ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนจะค่อนข้างติดหนึบ
ถ้าคุณอินกับสตรีทฟู้ดและวิถีชีวิตคนท้องถิ่นมากกว่าการนอนอาบแดด ให้พักฝั่งนี้
วิธีปรับแพลนถ้ามีเวลาน้อย
ถ้ามีเวลาแค่ 3 วัน คุณก็ต้องยอมตัดบางที่ออก
ผมมักจะแนะนำให้คนตัดวันไปบานาฮิลล์ / ช่องเขาไห่วาน ทิ้งไป
- วันที่ 1: เที่ยวในเมืองและดูสะพานมังกร
- วันที่ 2: ช่วงเช้าไปทะเล ช่วงบ่ายไปคาบสมุทรเซินจ่า และกินซีฟู้ดตอนเย็น
- วันที่ 3: เที่ยวฮอยอัน
อาจจะดูเร่งรีบหน่อย แต่มันก็เก็บครบ 3 ฟีลลิ่งของเวียดนามกลาง ทั้งเมืองสมัยใหม่ ธรรมชาติบริสุทธิ์ และเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์
ข้อคิดส่งท้ายเรื่องจังหวะการเที่ยว
ข้อผิดพลาดใหญ่ที่สุดที่ผมเห็นคนชอบทำเวลาจัดแพลนเที่ยวดานังคือ การทำเหมือนเป็นลิสต์ภารกิจที่ต้องรีบติ๊กถูกให้ครบ
เมืองนี้อากาศร้อน ร้อนมากกกก ถ้าคุณพยายามจะวิ่งรอก จากวัด ไปตลาด ไปพิพิธภัณฑ์ ในช่วง 11.00 น. ถึง 15.00 น. คุณจะเหนื่อยจนหมดสนุก
ลองสังเกตวิถีชีวิตคนท้องถิ่นดู พวกเขาจะออกมาข้างนอกกันแต่เช้าตรู่ พักผ่อนหรืออยู่แต่ในร่มช่วงกลางวัน แล้วค่อยกลับออกมาคึกคักอีกทีตอนพระอาทิตย์ตก ถ้าคุณปรับตารางเวลาเที่ยวให้เข้ากับจังหวะนี้ คุณจะเอนจอยกับที่เที่ยวมากขึ้นเยอะ
จิบกาแฟเย็นเยอะๆ เรียก Grab เอาบ้างเวลาขี้เกียจฝ่ารถติด และไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าคุณจะข้ามการไปวัดบางแห่ง เพื่อมานั่งโง่ๆ ริมหาดเพิ่มอีกสักชั่วโมง ทำตามไกด์ไลน์แพลนเที่ยวดานังนี้ รับรองว่าคุณจะได้ไปครบทุกจุดไฮไลท์โดยไม่เหนื่อยจนร่างพังแน่นอน
สำรวจเพิ่มเติม ดานัง
-
เจาะลึก เจาะ lึกรวม ที่เที่ยวดานัง ที่ดีที่สุดสำหรับทริป 3 วันของคุณ ›
-
เส้นทางแจกแพลนเที่ยว ดานัง เว้ ฮอยอัน ฉบับละเอียด สำหรับสายสโลว์ไลฟ์ ›
-
เส้นทางทริปดานัง: รีวิว 3 วัน กิน-เที่ยว-พักในงบ 18,000 บาท ›
-
เส้นทาง3 แผนการเดินทางไปดานังที่ดีที่สุด (คู่มือนักท่องเที่ยวต่างชาติ) ›
-
เคล็ดลับ ต้องอ่านคู่มือเที่ยวดานัง: ข้อมูลใช้งานจริงที่ช่วยประหยัดเวลาและลดความวุ่นวาย ›
-
อาหาร ต้องอ่านคู่มือตระเวนกินดานังจากประสบการณ์ตรงกว่า 10 ปีในเวียดนาม ›









Tiếng Việt
English
한국어
中文 (中国)
日本語
Deutsch
Español