ผมเดินทางไปเที่ยวฮอยอันเกือบทุกปี มักจะไปปีละหลายครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับฮานอย ดังนั้นคุณคงพอเดาออกว่าผมมีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้
แต่ผมเข้าใจดีว่าทำไมคนถึงชอบถาม คนที่ส่งข้อความมาถามผมเกือบทุกคนล้วนจองตั๋วไปแล้วทั้งนั้น แล้วดันไปอ่านเจออะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดลังเล จนอยากรู้ว่าตัวเองกำลังจะเสียเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปฟรีๆ หรือเปล่า
ซึ่งก็นับเป็นคำถามที่สมเหตุสมผลครับ และคำตอบก็ขึ้นอยู่กับแพลนที่คุณจองไว้จริงๆ ผมเลยสรุปคำแนะนำแยกตามสถานการณ์ต่างๆ แทนที่จะให้คำตอบแบบฟันธงเหมือนกันสำหรับทุกคน
- คำตอบแบบสั้น: ฮอยอัน น่าเที่ยวไหมในปี 2026? คำตอบคือ น่าเที่ยวแน่นอนครับ และผมตอบได้อย่างไม่ต้องลังเลเลย แต่ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่คือการจองเป็นทริปวันเดียว (Day Trip) เดินทางมาจากดานัง เพราะจะทำให้คุณไปถึงในช่วงเวลาที่แออัดที่สุด และต้องกลับออกไปก่อนช่วงเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งนั่นเป็นที่มาของรีวิวเชิงลบและคนที่บอกว่าฮอยอันเกินจริงเกือบทั้งหมด
- แยกตามรายเดือน:
- ก.พ.-เม.ย.: แห้งและอากาศสบายๆ คำตอบที่ตัดสินใจได้ง่ายที่สุด
- พ.ค.-ส.ค.: อากาศร้อน อุณหภูมิสูงถึง 35°C เหมาะสำหรับการเที่ยวทะเล ส่วนช่วงเที่ยงถึงบ่ายเลี่ยงการออกแดดจะดีที่สุด
- ก.ย.: เริ่มมีฝนตก บรรยากาศเงียบสงบขึ้น เป็นช่วง Shoulder Season (ช่วงรอยต่อฤดูกาล) ที่ผมชอบที่สุด
- ต.ค.-พ.ย.: ฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขัง เป็นประจำแทบทุกปี
- ธ.ค.-ม.ค.: อากาศเย็นและมีฝนปรอยๆ ค่าใช้จ่ายถูก และบรรยากาศดีมากหากคุณอยากหลบความหนาวจัดมาพักผ่อน
- ไขข้อข้องใจเรื่องข้อเสีย:
- นักท่องเที่ยวเยอะเกินไป: เป็นจริงช่วง 11.00 น. ถึง 18.00 น. แต่ช่วงเวลาอื่นไม่ใช่แบบนั้นเลย
- ค่าใช้จ่ายแพง: ไม่จริงครับ สองคนใช้จ่ายประมาณ 1,400-2,100 บาท ต่อวัน รวมห้องพักเริ่มต้นประมาณ 500 บาท
- ไม่ปลอดภัย: ไม่จริงเลยครับ และเป็นหนึ่งใน เมืองที่เดินเที่ยวคนเดียวตอนกลางคืนได้สบายที่สุด ในเวียดนาม
- ไม่มีอะไรทำหลังผ่านไปสองวัน: ก็เป็นเรื่องจริงครับ ถ้าคุณใช้เวลาทั้งสองวันอยู่แค่ในเขตเมืองเก่า (Ancient Town)
- ค่าใช้จ่าย: บัตรเข้าชมเมืองเก่า 120,000 ดอง (ประมาณ 170 บาท), เช่าจักรยาน 40-70 บาท ต่อวัน, ก๋วยเตี๋ยวกาวเหลา (Cao Lau) ชามละประมาณ 40 บาท, โฮมสเตย์เริ่มต้นประมาณ 500 บาท
- อัปเดตความเปลี่ยนแปลง: เกิดน้ำท่วมใหญ่ 3 ครั้งช่วงปลายปี 2025 ซึ่งเป็นระดับน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1964 และปัจจุบันฮอยอันได้รับการจัดตั้งเป็นแขวงหนึ่งของดานัง เว็บไซต์จองที่พักจึงเริ่มเปลี่ยนมาใช้ชื่อแขวงแบบใหม่
ฮอยอันในแบบที่ทำให้ผมต้องกลับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ก่อนจะไปพูดถึงข้อควรระวัง ผมขอบอกก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้ผมต้องกลับไปที่นั่นเสมอ เพราะไม่อย่างนั้นส่วนที่เหลือทั้งหมดอาจดูไม่มีน้ำหนัก
มันคือบรรยากาศในช่วงชั่วโมงแรกของวันครับ ปกติผมไม่ใช่คนตื่นเช้าและมักจะแอบหงุดหงิดตัวเอง แต่พอมาฮอยอันผมกลับตั้งนาฬิกาปลุกไว้เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ทำที่เมืองอื่น ลองไปหาจิบกาแฟแถวถนนเจิ่นฟู้ (Tran Phu) ในช่วงที่ประตูม้วนร้านค้ากำลังเริ่มเปิด คุณจะได้ครอบครองเขตเมืองเก่ามรดกโลกทั้งเขตเป็นของคุณคนเดียวประมาณชั่วโมงครึ่ง จากนั้นก็ปั่นจักรยานออกไปตามทุ่งนาทางหมู่บ้านตราเกว (Tra Que) ซึ่งใช้เวลาแค่ 20 นาที คุณก็จะได้ไปอยู่ในสถานที่ที่มีควายเล็มหญ้าอย่างสงบ
แค่นั้นเลยครับ นั่นแหละคือไฮไลต์ของทริป ส่วนกิจกรรมอื่นๆ เป็นเพียงทางเลือกเพิ่มเติม และสิ่งที่คนชอบถกเถียงกันส่วนใหญ่ก็คือเรื่องที่ผมมองข้ามไปได้ทั้งนั้น
ถ้าฟังดูแล้วเป็นเช้าในแบบที่คุณชอบ คุณก็จะรักฮอยอันครับ แต่ถ้าคุณหวังจะมาเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์กอลังการ ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบ และคุณจะเริ่มรู้สึกเฉาเมื่อเข้าสู่วันที่สาม
ผมเคยผ่านทริปแบบนั้นมาแล้วครับ ทริปที่พักอยู่เป็นอาทิตย์แต่เริ่มหมดมุกเที่ยวตั้งแต่ตั้งแต่วันพุธ ซึ่งนั่นเป็นความผิดของผมเองที่ไม่ยอมออกไปสำรวจนอกเขตเมืองเก่า



ถ้าคุณจองทริปช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน
นี่คือเรื่องที่ผมกังวลจริงๆ และเป็นสิ่งที่มักไม่มีใครอธิบายอย่างตรงไปตรงมา
ฮอยอันตั้งอยู่ปลายแม่น้ำทูโบน (Thu Bon) ทำให้เจอน้ำท่วมเป็นประจำ ไม่ใช่แค่นานๆ ที แต่เกิดขึ้นเกือบทุกปี และในปีที่แย่ๆ อาจท่วมได้ถึงสิบรอบ
ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนปี 2025 เกิดน้ำท่วมติดต่อกันถึง 3 ครั้ง และระดับน้ำสูงกว่าครั้งไหนๆ นับตั้งแต่ปี 1964 ถนนสองสายริมแม่น้ำมีน้ำท่วมสูงเกิน 1 เมตร
บ้านโบราณตั๊นกี (Tan Ky house) บ้านพ่อค้าโบราณที่ใครๆ ก็ต้องมาเยี่ยมชม เจอน้ำท่วมหนักที่สุดเท่าที่พนักงานที่นั่นเคยพบมา
ถ้าน้ำท่วมระดับปกติจะอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 60 ซม. ตามถนนสายต่ำ และจะระบายออกภายใน 1-2 วัน แต่ถ้าครั้งไหนรุนแรง เส้นทางไปหาดและทางไปสนามบินก็อาจถูกตัดขาดได้





แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคาดไม่ถึงก็คือ เมืองนี้ไม่ได้ร้างผู้คนเลยครับ นักท่องเที่ยวยังคงมาเยือน ชาวบ้านนำเรือลำเล็กออกมาพายตามถนนคนเดิน ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในราคาประมาณ 70 ถึง 140 บาท ร้านกาแฟเปิดให้คุณนั่งแช่เท้าในน้ำ ทุกคนดูมีความสุขและสนุกกับสถานการณ์มากกว่าที่คิดไว้เสียอีก
ผมคงไม่แนะนำให้วางแผนวันหยุดเพื่อมาเจอน้ำท่วมหรอกครับ แต่ถ้าคุณบังเอิญเจอเข้าจริงๆ ก็ปล่อยใจสนุกไปกับมัน เพราะคุณจะได้ความทรงจำและประสบการณ์กลับบ้านในแบบที่ผู้โดยสารคนอื่นบนเที่ยวบินเดียวกับคุณไม่มีวันได้สัมผัส
สำหรับคนที่มีแพลนเดินทางในเดือนพฤศจิกายน ผมแนะนำให้เลือกจองที่พักแบบยกเลิกได้ฟรี ยืดหยุ่นแพลนเที่ยวทะเลหรือเดย์ทริปไว้ก่อน และเตรียมใจชิลๆ กับการนั่งจิบกาแฟชมสายฝนตกโปรดในยามบ่าย
คุณสามารถดูรายละเอียดรายเดือนแบบเจาะลึกได้ใน คู่มือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวฮอยอัน และเรื่อง พักที่ไหนดีในฮอยอัน จะมีความสำคัญมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน เพราะถนนสายต่ำริมแม่น้ำจะเป็นจุดแรกๆ ที่จมอยู่ใต้น้ำ
ถ้าคุณจะมาเที่ยวในเดือนธันวาคมหรือมกราคม
หลายคนมักตัดสองเดือนนี้ออกจากแพลน แต่ผมกลับเห็นต่าง แม้จะยอมรับว่าเหตุผลของผมมาจากประสบการณ์การอาศัยอยู่ในฮานอยก็ตาม
ฮานอยในเดือนมกราคมอุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส ทั้งชื้นและไม่มีฮีตเตอร์ ส่วนฮอยอันในเดือนมกราคมอุณหภูมิประมาณ 20 กว่าองศา ต้นๆ แม้จะมืดครึ้มและมีฝนตกปรอยๆ เป็นระยะ แต่มันช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ดีมาก ผมเคยมาเที่ยวช่วงนี้หลายครั้งเพียงเพราะอยากหลบมาเจออากาศอบอุ่นสักสัปดาห์ ซึ่งมันตอบโจทย์ทุกครั้ง
เมืองจะเงียบสงบมากในช่วงนี้ ราคาที่พักถูกที่สุด และถนนที่เปียกชื้นพร้อมเงาสะท้อนของโคมไฟสีสันสดใส เป็นภาพที่สวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในเมืองนี้เลยครับ
คุณอาจไม่ได้เล่นน้ำทะเล และท้องฟ้าในรูปถ่ายของคุณอาจไม่ได้เป็นสีฟ้าสดใส แต่ถ้าสองสิ่งนี้ไม่ใช่เป้าหมายหลักของทริป นี่คือช่วงเดือนที่ดีและประหยัดงบมากครับ




ถ้ามีคนบอกคุณว่าฮอยอันนักท่องเที่ยวเยอะเกินไป
พวกเขาก็พูดถูกครับ… หากวัดจากช่วงเวลาที่พวกเขาไปเยือน
ตั้งแต่ 11.00 น. ถึง 18.00 น. ในช่วงไฮซีซั่น เขตเมืองเก่าจะหนาแน่นไปด้วยผู้คน หนาแน่นในระดับที่คุณต้องก้าวเดินตามจังหวะคนข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น ย่านมรดกโลกมีพื้นที่ลึกเพียงไม่กี่ซอย จึงไม่มีมุมให้แว่บหลบผู้คนได้เลย
คนส่วนใหญ่ที่บอกว่าฮอยอันไม่น่าเที่ยว มักจะอธิบายถึงบรรยากาศในช่วงเวลานี้เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้สัมผัสช่วงเวลาอื่นเลย
แล้วหลังจากนั้นผู้คนก็ซาลง นั่นแหละครับคือประเด็นสำคัญ ดานังอยู่ห่างออกไปแค่ครึ่งชั่วโมง และคอยส่งทริปท่องเที่ยวแบบวันเดียวเข้ามาในช่วงกลางวัน ฝูงชนจึงหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกันและกลับออกไปพร้อมกัน ทำให้คนที่นอนค้างคืนที่นี่ได้สัมผัสบรรยากาศเงียบสงบทั้งในช่วงเช้าตรู่และยามค่ำคืน
ผมจะไม่เสแสร้งว่าฮอยอันไม่ได้พลุกพล่านขึ้นตามกาลเวลา มันยุ่งเหยิงขึ้นจริงครับ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังชอบฮอยอันที่มีฝูงชนตามตารางเวลา มากกว่าเมืองที่เงียบเหงาแต่ไม่มีอะไรให้เที่ยวชมเลย





ถ้าคุณกังวลว่าค่าใช้จ่ายในฮอยอันจะแพง
อย่ากังวลไปเลยครับ ชื่อเสียงเรื่องความแพงเกิดจากการนำไปเปรียบเทียบกับเมืองอื่นในเวียดนาม ซึ่งคำว่าแพงของฮอยอันตามมาตรฐานเวียดนาม ก็อารมณ์ประมาณแซนด์วิชอร่อยๆ ชิ้นหนึ่งที่ราคาแพงกว่าปกติเท่านั้นเอง
สองคนใช้จ่ายค่ากินและเดินทางประมาณ 1,400 ถึง 2,100 บาท ต่อวัน โฮมสเตย์ราคาประมาณ 500 ถึง 1,200 บาท ส่วนโรงแรมระดับปานกลางพร้อมสระว่ายน้ำอยู่ที่ประมาณ 1,200 ถึง 2,500 บาท
ก๋วยเตี๋ยวกาวเหลา (Cao Lau) ตามร้านริมทางราคาประมาณ 40 บาท ส่วนค่าเช่าจักรยานต่อวันอยู่ที่ 40 ถึง 70 บาท แต่ที่พักส่วนใหญ่มักมีให้ยืมฟรี คุณอาจไม่ต้องเสียเงินเลยด้วยซ้ำ
บัตรเข้าชมเมืองเก่าราคา 120,000 ดอง (ประมาณ 170 บาท) สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจำเป็นเฉพาะเวลาเข้าชมภายในอาคารโบราณเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องซื้อหากแค่เดินเล่นตามถนน คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงประตูทางเข้าอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะฝั่งเข้าหรือฝั่งออก
คำแนะนำเรื่องเงินอย่างเดียวของผมสำหรับที่นี่คือ: ควรถามราคาสินค้าและบริการก่อนตกลงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นค่าล่องเรือ ของที่ระลึก หรืออะไรก็ตามที่ไม่ติดป้ายราคา เมืองนี้เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวแทบทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้ และมักทำให้นักท่องเที่ยวที่เกรงใจต้องเสียรู้เพราะไม่คิดว่าจะต้องมาคอยเช็กราคา
ส่วนเรื่องการตัดเสื้อผ้าถือเป็นอีกหัวข้อใหญ่ ซึ่งผมได้เขียนสรุปไว้ใน คู่มือร้านตัดเสื้อผ้าในฮอยอัน เพราะความแตกต่างระหว่างร้านที่ดีกับร้านที่ไม่ดีนั้นมีมากกว่าช่องว่างเรื่องราคาเสียอีก



ถ้าคุณเดินทางคนเดียว หรือกังวลเรื่องความปลอดภัย
ปลอดภัยไร้กังวลครับ ที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองที่ผู้หญิงเดินทางคนเดียวได้สะดวกสบายที่สุดในเวียดนาม ซึ่งเป็นมุมมองที่ผมตอบได้อย่างตรงไปตรงมา
ยามค่ำคืนในเขตเมืองเก่าไม่อนุญาตให้ยานพาหนะวิ่ง และมีผู้คนเดินขวักไขว่จนถึงห้าทุ่ม ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกกังวลเลยเวลาเดินกลับที่พักช่วงสี่ทุ่ม
หากออกไปนอกเมืองจะมืดและเงียบเร็วกว่า ดังนั้นถ้าเดินทางกลับจากหาดอันบั่ง (An Bang) หลังมืดแล้ว ผมแนะนำให้เรียก Grab แทนการปั่นจักรยาน หลักๆ เป็นเพราะถนนเส้นนั้นมีรถบรรทุกวิ่งผ่าน
สิ่งที่อาจสร้างความรำคาญใจได้จริงคือเรื่องการโก่งราคา และนานๆ ทีอาจมีเหตุการณ์วิ่งชิงกระเป๋าโดยคนขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งพบได้น้อยมากเมื่อเทียบกับโฮจิมินห์ซิตี้ (ไซง่อน)
ยกเว้นเรื่องน้ำท่วมครับ เพราะกระแสน้ำตามถนนไหลแรงกว่าที่มองเห็น และเรือพายที่ให้บริการก็ไม่ได้มีการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย ควรใส่เสื้อชูชีพเสมอ และอย่าลงไปยืนแช่น้ำเพื่อถ่ายรูปเล่น



ฮอยอัน น่าเที่ยวไหมในแง่ของสถานที่ท่องเที่ยว? กิจกรรมไหนที่คุ้มค่าแก่การจ่ายเงิน
ความลังเลส่วนใหญ่เกี่ยวกับเมืองนี้ มักเกิดจากข้อสงสัยในสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกโฆษณาเสนอขาย ดังนั้นนี่คือข้อสรุปจากประสบการณ์ของผมครับ
| กิจกรรม/สถานที่ | คุ้มไหม? | เหตุผล |
|---|---|---|
| บัตรเข้าชมเมืองเก่า | คุ้มเฉพาะตอนเข้าชมอาคารโบราณ | ไม่จำเป็นต้องใช้หากแค่เดินเล่นรอบเมือง |
| ร้านตัดเสื้อผ้าในฮอยอัน | คุ้ม หากเลือกร้านที่ถูกต้อง | คุณภาพแต่ละร้านแตกต่างกันมาก |
| คืนวันเพ็ญโคมไฟ | ควรลองสักครั้ง | สวยงาม แต่เป็นคืนที่คนเยอะที่สุดในรอบเดือน |
| โชว์ Hoi An Memories | มีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย | ยิ่งใหญ่ อลังการ แต่อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน |
| นั่งเรือกระด้งที่กั๊มทัญ | คุ้มเฉพาะมากับเด็กๆ | ถ้าไม่มีเด็ก ข้ามไปได้เลย |
| ปราสาทหินหมี่เซิน | หากคุณชอบโบราณสถาน | ควรไปแต่เช้า และอย่าคาดหวังว่าจะใหญ่อลังการแบบนครวัด |
| หมู่เกาะจาม (Cham Islands) | ช่วงมีนาคมถึงสิงหาคมเท่านั้น | เรือจะหยุดให้บริการเมื่อคลื่นลมแรง |
| VinWonders Nam Hoi An | คุ้มเฉพาะมากับครอบครัวมีเด็ก | เป็นสวนสนุกธีมพาร์ค |
| ตลาดกลางคืนอันฮอย | เดินเล่นได้ ไม่ต้องตั้งเป็นแผนหลัก | ซื้อฝั่งเมืองเก่าถูกกว่า |
3 กิจกรรมที่ผมอยากแนะนำให้รักษาไว้ในทริปสั้นๆ คือ การตื่นเช้ามาเดินเมืองเก่า, การปั่นจักรยานชมทุ่งนา และการใช้เวลาช่วงบ่ายที่หาดอันบั่ง ส่วนกิจกรรมอื่นๆ สามารถปรับเปลี่ยนตามความสะดวกได้ และคุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน คู่มือกิจกรรมน่าทำในฮอยอัน
ถ้าคุณพาเด็กๆ มาเที่ยวด้วย
ฮอยอันเหมาะกับการพาเด็กๆ มาเที่ยวมากกว่าเมืองส่วนใหญ่ในเวียดนาม หลักๆ เป็นเพราะพื้นที่ราบเรียบและสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ใกล้กัน
การนั่งเรือกระด้งที่กั๊มทัญจะเป็นเรื่องที่เด็กๆ ประทับใจและเล่าถึงหลังจบทริป กิจกรรมทำโคมไฟใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แถมยังได้นำโคมไฟฝีมือตัวเองกลับบ้านด้วย ชายหาดอันบั่งคลื่นลมสงบพอให้ลงเล่นน้ำได้เกือบตลอดทั้งปี การปั่นจักรยานก็ทำได้ง่ายเมื่อพ้นระยะ 1 กิโลเมตรแรก ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจราจรค่อนข้างคับคั่งจนผมไม่แนะนำให้เด็กเล็กปั่นจักรยานเอง
คำแนะนำเหมือนเดิมครับ ควรเที่ยวช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะความแออัดในช่วงบ่ายอาจทำให้ทริปของครอบครัวหมดสนุกเอาได้ง่ายๆ
ถ้าคุณมีเวลาพักแค่คืนเดียว หรือต้องเลือกระหว่างฮอยอันกับเว้
สองคำถามนี้ผู้คนมักชอบถามคู่กัน ผมจึงขอตอบไปพร้อมกันเลยครับ
เวลาแค่คืนเดียว ก็เพียงพอที่จะได้สัมผัสฮอยอันในมุมที่ดีที่สุดแล้วครับ เดินทางมาถึงช่วงบ่าย ดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็น ตื่นแต่เช้าตรู่ และเดินทางกลับหลังอาหารกลางวัน นี่คือทริปฮอยอันที่สมบูรณ์แบบ และผมมองว่าคุ้มค่ากว่าการใช้เวลา 3 วันในอีกหลายๆ เมืองเสียอีก
สิ่งที่ไม่เวิร์กอย่างยิ่งคือการซื้อ Day Trip จากดานัง เพราะจะพาคุณมาเจอช่วงเวลาที่แย่ที่สุด และพาคุณกลับออกไปก่อนที่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดจะเริ่มต้นขึ้น
หากต้องเลือกระหว่างการค้างคืนที่นี่ 1 คืน กับการซื้อ Day Trip ให้เลือกพักค้างคืนโดยไม่ต้องลังเลเลยครับ
ฮอยอัน หรือ เว้ ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันตรงๆ ได้ เพราะเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวคนละสไตล์ เมืองเว้คือประวัติศาสตร์ราชวงศ์ พระราชวังโบราณ และสุสาน ซึ่งต้องใช้พลังในการเดินชม คนที่ชอบแนวนี้จะประทับใจมาก ส่วนคนที่ไม่ชอบก็อาจจะรู้สึกเฉา ในขณะที่ฮอยอันเน้นการเดินเล่นชิลๆ และตระเวนหาของกินอร่อยๆ
หากคุณเลือกไปได้แค่เมืองเดียวและไม่ได้อินกับประวัติศาสตร์ คำตอบคือ ฮอยอัน อย่างไม่ต้องสงสัยครับ
คุณสามารถดูการจัดสรรเวลาลงในแผนการเดินทางใหญ่ได้ที่ คู่มือแผนการเที่ยวฮอยอัน
กรณีไหนที่ผมจะแนะนำให้ข้ามฮอยอันไปเลย
เอาจริงมีไม่กี่สถานการณ์หรอกครับ แต่ก็มีอยู่บ้าง
หากคุณมีเวลาเที่ยวเวียดนามกลางแค่ 1 วันเต็มโดยไม่ได้นอนค้างคืน การเที่ยวในดานังจะคุ้มค่าเวลากว่า และไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการทำเวลา
หากแพลนของคุณล็อกวันไว้ช่วงปลายเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน และไม่สามารถปรับเปลี่ยนวันได้เลย สถานการณ์น้ำท่วมคือสิ่งเดียวที่อาจทำให้ทริปของคุณพังลงได้
และหากสิ่งที่คุณมองหาคือความบันเทิงยามค่ำคืนหรือท่องราตรี ที่นี่ไม่ใช่คำตอบครับ เมืองนี้จะเงียบสงบตั้งแต่ห้าทุ่ม ซึ่งนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมชอบที่นี่
สำหรับคนอื่นนอกเหนือจากนี้ ผมแนะนำให้ไปครับ และตัวผมเองก็ยังคงเดินทางไปที่นั่นเรื่อยๆ
เรื่องการเลือกช่วงเวลาคือหัวใจสำคัญของมุมมองทั้งหมดของผมในบทความนี้ และผมก็ไม่เคยเช็กประสบการณ์นี้กับใครมาก่อน ซึ่งก็น่าอายเล็กน้อยที่จะยอมรับหลังจากเขียนมาตั้งยาวขนาดนี้
ดังนั้นหากคุณเคยไปฮอยอันแล้วรู้สึกว่ามันไม่ได้ดีอย่างที่เขาพูดกัน ผมอยากรู้จริงๆ ครับว่าคุณไปในเดือนไหน และเข้าไปเดินในเขตเมืองเก่าช่วงเวลาใด ข้อสันนิษฐานของผมคือเกือบทุกคนที่รู้สึกแบบนั้นมักจะไปเที่ยวช่วงบ่าย แต่นั่นก็เป็นเพียงทฤษฎีที่เกิดจากพฤติกรรมส่วนตัวและการพูดคุยเพียงไม่กี่ครั้งของผม
และถ้าคุณเคยไปเยือนในช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน ลองมาแบ่งปันประสบการณ์กันได้นะครับ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะการอ้างอิงจากทริปน้ำท่วมแค่ครั้งเดียวกับความเห็นมากมาย อาจไม่ใช่สัดส่วนข้อมูลที่ดีเท่าไรนัก









Tiếng Việt
English
한국어
中文 (中国)
日本語
Deutsch
Español