ปกติตัวผมมักจะแนะนำคนที่เพิ่งเคยมาครั้งแรกให้เลือกเส้นทาง 2 (Route 2) ซึ่งเป็นตัวเลือกมาตรฐานยอดนิยมสำหรับคนที่มาเที่ยวจ่างอัน (Trang An) แบบวันเดย์ทริป แต่เส้นทาง 3 (Route 3) นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะใช้เวลานานกว่า พนักงานตรงเคาน์เตอร์ขายบัตรไม่ค่อยแนะนำ และเป็นเส้นทางที่ผ่านจุดที่แปลกตาและงดงามสมคำอ้างที่สุดของที่นี่ ซึ่งก็คือสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Kong: Skull Island นั่นเอง
ผมตั้งใจย้อนกลับมาที่นี่เพื่อสัมผัสเส้นทางนี้อย่างจริงจัง และสิ่งที่พบเจอก็ดีกว่าที่คิดในบางเรื่อง ขณะเดียวกันก็มีความสมจริงเรียบง่ายเกินคาดในบางมุมเช่นกัน
ถ้าพูดถึงประสบการณ์ล่องเรือ ผมค่อนข้างชอบจ่างอันมากกว่าตัมก๊ก (Tam Coc) ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวที่เคยเขียนไว้ในอันดับกิจกรรมน่าทำในนิงบิณฑ์ และเส้นทางล่องเรือจ่างอัน ตามรอยหนัง คองก้อง ก็เป็นเหตุผลสำคัญหลักๆ เพราะมีเรือลำอื่นน้อยกว่า ได้สัมผัสความเงียบสงบอย่างแท้จริงเป็นเวลานาน และมีความตื่นตาตื่นใจที่ถ้ำด๊อด (Dot Cave) ซึ่งไม่มีเส้นทางสั้นเส้นไหนเทียบได้เลย
- คำตอบสั้นๆ: เส้นทางล่องเรือจ่างอัน ตามรอยหนัง คองก้อง คือเส้นทาง 3 (Route 3) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยาวที่สุดและมีคนเลือกน้อยที่สุดในบรรดา 3 เส้นทาง โดยมีจุดไฮไลท์อยู่ที่ ถ้ำด๊อด (Dot Cave) ถ้ำลอดความยาว 1,000 เมตรที่คุณต้องนั่งเรือผ่านมืดเกือบสนิท ถ้ำนี้จะนำไปสู่หุบเขาที่เป็นฉากอันโดดเด่นที่สุดในภาพยนตร์ Kong: Skull Island ทั้งนี้ ฉากถ่ายทำภาพยนตร์ของจริงได้ถูกรื้อถอนไปตั้งแต่ปี 2019 เพื่ออนุรักษ์พื้นที่มรดกโลก UNESCO ดังนั้นสิ่งที่คุณจะได้เห็นจริงๆ ก็คือทัศนียภาพทางธรรมชาติอันตระการตา ไม่ใช่พร็อพประกอบฉากที่หลงเหลืออยู่
- สรุปข้อมูลเส้นทาง:
- ระยะเวลา: 3 ถึง 3.5 ชั่วโมง ยาวที่สุดในบรรดา 3 เส้นทางล่องเรือจ่างอัน
- ราคา: 360 บาท ต่อผู้ใหญ่ 1 คน, 180 บาท ต่อเด็กสูงไม่เกิน 1.4 เมตร (ราคาเท่ากับเส้นทาง 1 และ 2)
- นักท่องเที่ยว: บางตากว่าเส้นทาง 2 อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นเส้นทางที่กรุ๊ปทัวร์ส่วนใหญ่เลือก
- ลักษณะเรือ: เรือแจวไม้ (Sampan) นั่งได้ 4-5 คน มีคนพาย 1 คน
- สิ่งที่คุณจะได้เห็นจริงๆ:
- วัดตริญ (Trinh Temple): จุดแวะพักแรก เป็นจุดเล็กๆ ไม่ใช่เหตุผลหลักในการเลือกเส้นทางนี้
- ถ้ำด๊อด (Dot Cave): ถ้ำยาวที่สุดในจ่างอัน ระยะทาง 1,000 เมตร นั่งเรือผ่านความมืดเกือบสนิทประมาณ 20 นาที
- หุบเขาหลังถ้ำ: ภูมิประเทศจริงที่ใกล้เคียงกับเกาะในภาพยนตร์มากที่สุด
- พระราชวังบูเลิม (Hanh Cung Vu Lam): โบราณสถานจริงสมัยราชวงศ์เจิ๋นศตวรรษที่ 13 ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อถ่ายภาพยนตร์
- อดีตฉากถ่ายทำภาพยนตร์: เหลือเพียงทัศนียภาพทางธรรมชาติ โดยพร็อพและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดถูกถอดถอนออกไปแล้วตั้งแต่ปี 2019
- รายละเอียดการจอง:
- คุณต้องแจ้งขอเส้นทาง 3 (Route 3) โดยระบุชื่อหรือหมายเลขให้ชัดเจน เพราะเจ้าหน้าที่จะจัดเส้นทาง 2 ให้เป็นหลักหากไม่ได้แจ้ง
- ไม่มีการจองออนไลน์ ต้องซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์เมื่อเดินทางไปถึงเท่านั้น
- มีบริการไกด์เสียงดิจิทัลฟรีผ่าน QR Code ตรงทางเข้า รองรับหลายภาษา
- บริษัททัวร์บางแห่งสามารถจัดสรรเส้นทาง 3 ให้ล่วงหน้าได้ หากคุณแจ้งว่าต้องการตามรอยภาพยนตร์ คองก้อง ตอนจอง
- เปรียบเทียบกับเส้นทาง 1 และ 2: เส้นทาง 1 มีถ้ำเยอะที่สุดแต่ขนาดเล็กกว่า เส้นทาง 2 เป็นเส้นทางมาตรฐานสมดุลที่ทัวร์ส่วนใหญ่จอง ส่วนเส้นทาง 3 เหมาะสำหรับคนที่ยอมใช้เวลานานขึ้นเพื่อแลกกับผืนน้ำที่เงียบสงบที่สุด และเป็นเส้นทางเดียวที่รวมทั้งถ้ำด๊อดและพระราชวังบูเลิมไว้ด้วยกัน
การเลือกเส้นทางล่องเรือจ่างอัน ตามรอยหนัง คองก้อง ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
เรื่องนี้ต้องใช้ความพยายามมากกว่าที่คิด เพราะเคาน์เตอร์ขายตั๋วของจ่างอันมักจะเสนอเส้นทาง 2 ให้กับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก เนื่องจากระยะทางสั้นกว่า มีวัดมากกว่า และเป็นเส้นทางมาตรฐานสำหรับทัวร์ลง
เส้นทาง 3 นั้นมีอยู่จริง ราคาเท่ากันเป๊ะ และพาไปชมทัศนียภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่คุณต้องเจาะจงขอเส้นทางนี้ด้วยชื่อหรือหมายเลขเส้นทางเอง มากกว่าจะรอให้เจ้าหน้าที่เสนอให้โดยอัตโนมัติ
เมื่อเราเอ่ยปากขอ พนักงานตรงเคาน์เตอร์ก็จัดให้โดยไม่ได้อิดออด แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดจะแนะนำเองตั้งแต่แรกแน่นอน ซึ่งก็สอดคล้องกับจำนวนเรือที่เราสวนทางด้วยตลอดการเดินทางว่ามีน้อยมากเพียงใด
หลังจากได้เรือแล้ว ขั้นตอนก็จะเหมือนกันทุกเส้นทาง คือนั่งเรือแจวไม้ ผู้โดยสาร 4 ถึง 5 คนต่อเรือ 1 ลำ มีคนพายเรือ 1 คนคอยใช้มือและเท้าช่วยพายสลับกันไปตามแต่ละช่วง หากต้องการฟังคำบรรยายภาษาไทยหรือภาษาอื่นๆ ก็สามารถสแกน QR code ตรงทางเข้าเพื่อใช้ไกด์เสียงดิจิทัลได้ แม้ว่าเรือของเราส่วนใหญ่จะลอยลำไปท่ามกลางความเงียบสงบสบายๆ ซึ่งดูเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติมากกว่าการฟังเสียงบรรยายก็ตาม
คนพายเรือของเราพูดภาษาอังกฤษพอสื่อสารตอบคำถามตรงๆ ได้ แต่ไม่ได้พูดบรรยายไปตลอดทาง ซึ่งผมชอบแบบนี้มากกว่า เพราะเสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งของเส้นทางนี้ก็คือความเงียบสงบนั่นเอง





วัดตริญ แล้วผืนน้ำก็เปิดกว้างขึ้น
ช่วงแรกของการล่องเรือจะผ่าน วัดตริญ (Trinh Temple) และจุดแวะพักเล็กๆ อีกสองสามแห่ง บรรยากาศร่มรื่นดีแต่ก็ยังไม่ใช่เหตุผลหลักที่คนเลือกเส้นทางล่องเรือจ่างอัน ตามรอยหนัง คองก้อง
ผืนน้ำเกือบทั้งหมดนิ่งสนิทราวกับกระจก สองข้างทางมีผาหินปูนตั้งตระหง่านชันขึ้นมาจากน้ำ บางช่วงแคบจนสามารถยื่นมือไปแตะแผ่นหินจากบนเรือได้เลย นกยางหลายตัวออกหากินบริเวณน้ำตื้นใกล้วัด โดยไม่ตื่นตกใจกับเรือที่แล่นผ่านไปมาแม้แต่น้อย







สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจตั้งแต่ช่วงแรกๆ คือความรวดเร็วที่เรือลำอื่นค่อยๆ หายไป ในช่วง 20 นาทีแรก เรายังพอเห็นเรือของเส้นทาง 2 อยู่ไกลๆ แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยๆ ลับตาไป จนกระทั่งมาถึงทางเข้าถ้ำด๊อด ให้ความรู้สึกเหมือนเรามีหุบเขาทั้งหลังเป็นของเราเอง มีเพียงเสียงพายเรือกระทบน้ำและเสียงสายน้ำที่ค่อยๆ กลับมานิ่งสงบหลังเรือผ่านไป
บรรยากาศอันโดดเด่นนี้ การรู้สึกว่าได้หลีกหนีมาจากความวุ่นวายของจ่างอันอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่เส้นทางสั้นๆ ไม่สามารถให้ได้เลย เพราะเส้นทางเหล่านั้นถูกออกแบบมาเพื่อหมุนเวียนรับเรือจำนวนมากในเวลาอันสั้น
ถ้ำด๊อด: 20 นาทีแห่งความมืดที่คุ้มค่ากับการเดินทางมา
นี่คือเหตุผลสำคัญที่คุณควรเลือกเส้นทาง 3 มากกว่าอีกสองเส้นทาง ถ้ำด๊อด (Dot Cave) มีความยาวประมาณ 1,000 เมตร ถือเป็นถ้ำที่ยาวที่สุดในหมู่ถ้ำจ่างอันทั้งหมด และแตกต่างจากถ้ำสั้นๆ ในเส้นทาง 1 และ 2 เพราะที่นี่มีความมืดสนิทอย่างแท้จริง
ไฟฉายติดศีรษะของคนพายเรือกลายเป็นแสงสว่างเดียวตลอดการเดินทาง เพดานถ้ำบางช่วงต่ำมากจนคุณต้องก้มหัวโดยสัญชาตญาณแม้ว่าระยะจะพอก็ตาม เสียงรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงเสียงน้ำกระทบหิน เสียงหยดน้ำตกลงมา และเสียงหายใจของพวกเราเองที่เด่นชัดขึ้นมาแบบที่ไม่เคยรู้สึกเมื่ออยู่ข้างนอก
ลักษณะภายในถ้ำไม่ได้เหมือนกันไปตลอดทาง บางช่วงเพดานถ้ำสูงกว้างจนแสงไฟฉายส่องไม่ถึง ทำให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ตระการตาแม้จะมองไม่เห็นทั้งหมด ส่วนบางช่วงก็แคบเข้าจนคนพายเรือต้องก้มตัวและปรับจังหวะการพายเพื่อไม่ให้ชนหินสองข้างทาง คุณจะรู้สึกได้เลยว่าจังหวะเรือเปลี่ยนไป เป็นการพายที่สั้นและระมัดระวังมากขึ้น แทนการจ้วงพายยาวๆ เหมือนตอนอยู่กลางแจ้ง





เวลา 20 นาที ฟังดูอาจไม่นานนักบนหน้ากระดาษ แต่เมื่อนั่งอยู่ในเรือมันรู้สึกยาวนานกว่านั้นมาก ในมุมมองที่ดีนะครับ มันเป็นช่วงเวลาที่คุณจะเลิกเช็กนาฬิกาไปเลยเพราะไม่มีอะไรให้ต้องเช็ก
พอผ่านไปได้ประมาณสองในสามของทาง คนพายเรือก็หยุดพายครู่หนึ่ง ปล่อยให้เรือลอยไปเรื่อยๆ มีเพียงเสียงหยดน้ำตกลงมากระทบผืนน้ำกับเสียงลมหายใจของพวกเรา ซึ่งช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้ดีกว่าคำบรรยายใดๆ
การได้ออกสู่แสงแดดอีกครั้งหลังผ่านถ้ำมา ทำให้สายตาต้องปรับตัวอยู่ครู่หนึ่ง หุบเขาที่อยู่อีกฝั่งดูใหญ่โตมโหฬารขึ้นมาทันทีหลังจากอยู่กับความมืดมิดมานาน เพื่อนร่วมเรือคนหนึ่งถึงกับร้องอุทานออกมา ซึ่งเป็นการตอบสนองที่เข้าใจได้เลย ไม่ใช่การทำเกินจริงแต่อย่างใด
หุบเขาที่สมจริงเหมือนหลุดมาจากในภาพยนตร์
นี่คือจุดที่ เส้นทาง 3 ได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางตามรอยหนัง “คองก้อง” อย่างแท้จริง
ช่วงผืนน้ำที่พ้นจากถ้ำด๊อดจะเปิดเข้าสู่หุบเขาซึ่งมีภูมิประเทศใกล้เคียงกับเกาะในภาพยนตร์มากที่สุด หน้าผาหินปูนสูงชันตั้งตรงขึ้นมาจากน้ำที่ใสสะอาด ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ให้เห็น ไม่มีอะไรที่จะบอกได้เลยว่านี่คือยุคสมัยไหน
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทีมงานคัดเลือกสถานที่ถ่ายทำถึงเลือกที่นี่เมื่อต้องการหาทัศนียภาพธรรมชาติที่บริสุทธิ์และดูลึกลับแปลกตา
สเกลความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติคือสิ่งที่ทำให้คุณตื่นตะลึงยิ่งกว่าจุดอื่น หน้าผาโอบล้อมสองข้างทางสูงเสียดฟ้าจนต้องเงยหน้ามอง หุบเขาคดเคี้ยวจนมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น สร้างความรู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลาว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่โค้งหน้า






จินตนาการได้ไม่ยากเลยว่าทำไมทีมงานถึงตัดสินใจเลือกที่นี่ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างฉากขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
น้ำในบริเวณนี้ใสกว่าจุดอื่นตลอดเส้นทาง มองเห็นตะไคร่น้ำเกาะอยู่บนหินใต้น้ำลึกลงไปหลายฟุต ปลาตัวเล็กๆ แหวกว่ายให้เห็นใต้น้ำ และมีบางช่วงที่นกกระเต็นบินโฉบผ่านหน้าเรือเราไปซ่อนตัวตามซอกหิน
ตลอดทางไม่มีใครบนเรือพูดอะไรกันมากนัก เพราะบรรยากาศเงียบสงบสวยงามจนทุกคนอยากซึมซับไว้มากกว่าจะพูดคุยแทรก
พระราชวังบูเลิม: ส่วนที่ไม่เกี่ยวอะไรกับภาพยนตร์เลย
พระราชวังบูเลิม (Hanh Cung Vu Lam) หรือที่บางคนเรียกว่า ศาลาบูเลิม ตั้งอยู่ถัดไปตามเส้นทาง 3 ซึ่งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่าภาพยนตร์ถึงประมาณเจ็ดศตวรรษ
ที่นี่คือ โบราณสถานจริงสมัยราชวงศ์เจิ๋น (Tran Dynasty) แม้ว่าตัวศาลาไม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่ตระการตา แต่บรรยากาศรอบๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยผาหินปูน ก็ช่วยให้สถานที่แห่งนี้ดูมีความขลังและทรงคุณค่า ต่างจากสถานที่ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อการท่องเที่ยว
ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของกษัตริย์แห่งราชวงศ์เจิ๋น เมื่อต้องการเสด็จปลีกวิเวกจากความวุ่นวายในราชสำนัก ซึ่งพอได้มาเยือนก็น่าแปลกใจเลย เพราะความสงบและชัยภูมิที่แยกตัวจากภายนอกนี้ เคยใช้เป็นที่พักผ่อนทางการเมืองในศตวรรษที่ 13 และในปัจจุบันก็กลายมาเป็นฉากหลังภาพยนตร์ที่ดูเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งเช่นกัน





คนพายเรือจอดผูกเรือไว้และให้เวลาพวกเราเดินขึ้นไปชมตัวศาลา บันไดหินเก่าแก่พาเราไปสู่โครงสร้างไม้ขนาดเล็กที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์มากกว่าขนาดทางกายภาพ
ผมขอยกให้ที่นี่เป็นจุดแวะพักที่ถูกมองข้ามมากที่สุดในบรรดาทุกจุด ทุกคนต่างตั้งใจมาชมถ้ำด๊อดและตามรอยภาพยนตร์ คองก้อง จนมองว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นเพียงจุดถ่ายรูปทางผ่าน ทั้งที่จริงแล้วควรค่าแก่การใช้เวลาซึมซับบรรยากาศมากกว่าแค่เดินผ่านไปเร็วๆ
ที่นี่มีความเงียบสงบที่ต่างจากความยิ่งใหญ่ของหุบเขา เป็นความสงบที่ชวนให้หยุดคิดและดื่มด่ำ แทนที่จะแค่ถ่ายรูปแล้วรีบเดินทางต่อ
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์: เรื่องจริงตรงไปตรงมาที่คุณควรรู้
ตรงนี้ผมขอพูดตามตรง เพราะรีวิวส่วนใหญ่ชอบทำให้คิดว่ายังมีฉากถ่ายทำภาพยนตร์ที่สมบูรณ์รอให้คุณไปชมอยู่
ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ ฉากถ่ายทำขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจำลอง เครื่องบินตกจำลอง หรือพร็อพชนเผ่า ได้ถูกรื้อถอนออกไปหมดแล้วตั้งแต่ปี 2019 ตาม คำแนะนำของ UNESCO ปัจจุบันจึงเหลือเพียงทัศนียภาพธรรมชาติที่ว่างเปล่า ดังนั้นควรตั้งความหวังไว้ให้ถูกต้องจะดีที่สุด
สิ่งที่เราได้เห็นจริงๆ คือธรรมชาติอันงดงาม มีเค้าโครงหมู่บ้านอยู่บ้าง แต่ไม่มีเครื่องบินตก ไม่มีนักแสดงแต่งตัวเป็นชนเผ่าเหมือนช่วงก่อนปี 2019 อีกแล้ว
ถ้าคุณคาดหวังว่าจะได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์สวนสนุกที่สร้างตามภาพยนตร์ คุณจะผิดหวังแน่นอน ซึ่งผมเห็นหลายรีวิวบ่นเรื่องนี้กันเยอะมาก
แต่ถ้าเหตุผลที่แท้จริงที่ดึงดูดคุณมาคือทัศนียภาพทางธรรมชาติ ถ้ำ หุบเขา และผืนน้ำ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยต้องพึ่งพาฉากประกอบ และทั้งหมดก็ยังคงสมบูรณ์สวยงามอยู่เหมือนเดิม
ผมอยู่ในกลุ่มหลัง และคิดว่าธรรมชาติอันว่างเปล่าที่ไม่มีพร็อพจำลอง ดูจริงใจและสวยงามยิ่งกว่าฉากที่สร้างขึ้นมาใหม่เสียอีก เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้ทีมงานถ่ายทำหลงรักและเลือกสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่แรก
เมื่อล่องเรือเสร็จ ปกติจะมีรถกอล์ฟบริการพาคุณเดินทางกลับมายังจุดจำหน่ายบัตรหลัก หากคุณซื้อแพ็กเกจทัวร์มา ซึ่งถือเป็นความสะดวกสบายเล็กๆ น้อยๆ ที่ดีมากหลังจากนั่งเรือมานานกว่าสามชั่วโมง
หากคุณเดินทางมาเอง ไม่ได้มากับทัวร์ แนะนำให้สอบถามเรื่องรถรับส่งนี้กับเจ้าหน้าที่ตอนซื้อตั๋วด้วย เพราะบริการนี้อาจไม่ได้รวมอยู่ในตั๋วทุกประเภทของเส้นทาง 3
เปรียบเทียบเส้นทางล่องเรือจ่างอัน ตามรอยหนัง คองก้อง กับอีก 2 เส้นทางอย่างตรงไปตรงมา
นี่คือข้อมูลเปรียบเทียบแบบชัดๆ เนื่องจากคู่มือส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเส้นทาง 3 หรือพูดถึงเพียงผ่านๆ เท่านั้น มาดูกันว่าเมื่อเทียบกันจริงๆ แล้วทั้งสามเส้นทางเป็นอย่างไรบ้าง
| เส้นทาง 1 | เส้นทาง 2 | เส้นทาง 3 (สายคองก้อง) | |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลา | สั้นที่สุด | ปานกลาง | ยาวที่สุด 3-3.5 ชั่วโมง |
| จุดเด่น | ถ้ำเยอะที่สุด มีหินงอกหินย้อย | สมดุล ครบครัน มีศาลากลางน้ำ ถุยดิญ | ถ้ำด๊อด + หุบเขาคองก้อง + พระราชวังบูเลิม |
| ความหนาแน่นนักท่องเที่ยว | หนาแน่นที่สุด | ปานกลาง เป็นที่นิยมของกรุ๊ปทัวร์ | บางตาที่สุด |
| เหมาะสำหรับ | คนชอบเที่ยวถ้ำ (ไม่เหมาะกับคนกลัวที่แคบ) | คนที่มาครั้งแรกและอยากชมไฮไลท์ครบๆ | คนมีเวลาเยอะ อยากตามรอยหนัง ชอบความสงบคนไม่อึดอัด |
หากคุณเป็นโรคกลัวที่แคบ ควราบไว้ว่าถ้ำด๊อดจะมืดและปิดล้อมมากกว่าถ้ำสั้นๆ ในเส้นทางอื่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ดีกว่าคิดว่าถ้ำทั้งหมดยิ่งใหญ่เหมือนกัน
การจองเส้นทางล่องเรือจ่างอัน ตามรอยหนัง คองก้อง
ราคาบัตรเข้าชมอยู่ที่ 360 บาท ต่อผู้ใหญ่ 1 คน และ 180 บาท สำหรับเด็กสูงไม่เกิน 1.4 เมตร ซึ่งเป็นราคาเท่ากันหมดทั้ง 3 เส้นทาง โดยซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรหลัก ไม่สามารถจองออนไลน์ล่วงหน้าได้ หากคุณเดินทางมาเองโดยไม่ผ่านบริษัททัวร์ ให้แจ้งขอเส้นทาง 3 (Route 3) กับพนักงานตรงเคาน์เตอร์โดยตรง และอย่าคิดว่าพนักงานจะเสนอให้เอง เพราะโดยปกติพวกเขาจะจัดเส้นทาง 2 ให้เป็นหลัก
แนะนำให้มาถึงแต่เช้าถ้าทำได้ ตอนที่เราไปถึงช่วงสายๆ ยังเจอเรือลำอื่นอยู่พอสมควร ในขณะที่เพื่อนอีกคนที่ไปเส้นทางเดียวกันช่วงเช้าตรู่บอกว่า ถ้ำด๊อดเงียบสงบจนเหมือนเป็นของพวกเขาคนเดียวเลย
การมาเที่ยววันธรรมดายังช่วยหลีกเลี่ยงความแออัดได้ดีกว่าวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งควรนำมาพิจารณาหากตารางเวลาของคุณมีความยืดหยุ่น
ถ้าคุณไม่อยากยุ่งยากจัดการเอง ทัวร์นิงบิณฑ์แบบวันเดย์ทริปส่วนใหญ่จากฮานอยหรือจากบริเวณตัมก๊ก สามารถแจ้งจัดเส้นทางล่องเรือจ่างอัน ตามรอยหนัง คองก้อง ให้ได้หากคุณระบุตอนจอง แต่ควรยืนยันกับผู้จัดทัวร์ให้แน่ชัด ดีกว่าสุ่มเสี่ยงคิดเอาเองว่าทัวร์ทั่วไปจะพาไปเส้นทางนี้
บริษัททัวร์บางแห่งจะระบุชื่อภาพยนตร์ คองก้อง ไว้ในรายละเอียดทัวร์อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณที่เชื่อถือได้ว่าคุณจะได้ไปเส้นทาง 3 แน่นอน โดยไม่ต้องไปลุ้นขอเปลี่ยนเส้นทางเองเมื่อไปถึง
ส่วนคำถามที่ว่าจ่างอันดีกว่าตัมก๊กหรือไม่ และเส้นทางนี้อยู่อันดับไหนเมื่อเทียบกับสถานที่อื่นๆ ในนิงบิณฑ์ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบการท่องเที่ยวสไตล์ไหน ซึ่งผมได้เขียนเปรียบเทียบในภาพรวมไว้ในบทความอื่นแล้ว
หากคุณพบข้อมูลอัปเดตใหม่ๆ เกี่ยวกับเส้นทางล่องเรือจ่างอัน ตามรอยหนัง คองก้อง หรือมีรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถแชร์กันได้นะครับ เพราะกฎระเบียบมรดกโลก UNESCO อาจทำให้พื้นที่แห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ








Tiếng Việt
English
한국어
中文 (中国)
日本語
Deutsch
Español